Archive for August, 2007
Friday, August 24th, 2007
MS Window 2000 Advance Edition ทำได้แค่ 2 node
MS Window 2003 Standard Edition ทำได้ 4 node ถ้าจำไม่ผิด
MS Window 2003 Enterprise Edition ทำได้ 8 node ถ้าจำไม่ผิด

Microsoft แบ่ง Cluster เป็น 2 แบบเช่นเดียวกับ Linux คือ
1. High Availability หรือเรียกอีกอย่างว่า Fail-Over ก้อง่ายๆ เครื่องแรกตาย เครื่องก้อทำงาน เท่านั้นแหล่ะ ไม่ยาก โดยการทำงานนี้ต้องให้ซอฟแวร์ที่ทำงานสนับสนุนด้วย เนื่องจากเมื่อเครื่องแรกตายจะมีการย้าย process ที่เครื่องแรกทำงานอยู่มาทำงานที่เครื่องสอง และทำงานต่อไปได้ ซอฟแวร์ที่สนับสนุนเช่น Database : MSSQLServer 2000,2005 Enterprise, Oralce FailSafe, DB2, etc.. Mail : MSExchange 2000,2003 Enterprise, etc.. เป็นต้น
2. Load balanding ส่วนใหญ่จะเอามาใช้กับพวก Server Farm เป็นลักษณะมาช่วยกันประมวลผลอ่ะไม่มีอะไรมาก ส่วนใหญ่จะใช้กับ Web Server และ Database
Client : ก้อเครื่องที่ end-user ใช้อ่ะ
Server : เครื่องที่ใช้ทำ Cluster มี OS เป็น Window Server 2003
Storage : ก้ออย่างที่บอก Storage แต่ในที่นี้ใช้ Fibre เป็นตัวเชื่อม Storage กับ Server (แถม Fibre ก้อสายใยแก้วนำแสงอ่ะความเร็วน่ะปัจจุบัน 2 Gb/s ไม่เกินปี 2006 น่าจะเป็น 4 Gb/s)
Tags:
cluster,
Microsoft
Posted in Knowledge | No Comments »
Friday, August 24th, 2007
1. High Availability or Fail-Over Cluster
2. Load balancing Cluster

1. High Availibility (HA) or Fail-Over Cluster
เป็นการทำงานในส่วนของการของการทำ fail over คือ เมื่อ server ตัวใดตัวหลักเกิด down ขึ้นมาตัวรองจะขึ้นมาทำงานแทน ถ้าดูจากรูปมันก็คือตัว linux director นั้นเอง สมมตินะ server ช้ายตัวกลางคือ server A ,server ทางขวาตัวกลางคือ server B และ real server( server ข้างล่าง) มันคือ server ที่ให้บริการในส่วนของ service ต่างๆที่เราไม่ต้องการ down time นั้นเอง จากนั้นเราก็ config ค่าการทำงานใน server A และ B ให้ทั้งสองให้ทำงานแบบ HA คือให้ server A เป็นตัวหลัก server B เป็นตัวรอง ซึ่งserver ทั้งสองตัวจะมีไอพีกลางหนึ่งไอพี เพื่อใช้เป็นตัวกลางระหว่าง server A และ server B

Tags:
cluster,
Fail over,
linux,
load balance
Posted in Linux Cluster | No Comments »
Friday, August 24th, 2007
เรื่องนี้บางคนอาจบอกว่าไม่สำคัญ บางคนบอกว่าสำคัญ แต่สำหรับผมแล้วมันเป็นสิ่งสำคํญมากๆเลยละ อย่างเราไม่รู้ว่าคำสั่งนี้มันคืออะไรอะมันใช้ยังไงหว่า ไฟล์นี้มันมี parameter อะไรมั้ง ถ้าเราไม่รู้คงต้อง search จาก internet มาอะว่ามันใช้ยังไง ต้อง config ยังไง แล้วเราไม่มี internet อีกจะทำไงดี เฮ้ยกลุ้มๆๆ แต่ถ้าเรารู้พื้นฐานเรื่องตัวช่วยมันก็คงช่วยเราได้ไม่มากก็น้อยละ ถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า
1. whatis …
มันคือคำสั่งที่ช่วยบอกเราว่ามันคือคำสั่วทำอะไร ตัวอย่างเช่น อยากรู้ว่า ls คืออะไร
$ whatis ls
ls (1) - list directory contents <= คำตอบครับ
2. #help
อันนี้มันจะทำให้เรารู้ว่าเราต้องใส่ parameter อะไรบ้าง มี option อะไรบ้าง เช่น
$ ls #help
Usage: ls [OPTION]… [FILE]…
List information about the FILEs (the current directory by default).
Sort entries alphabetically if none of -cftuSUX nor #sort.
Tags:
command,
help
Posted in Knowledge | No Comments »
Friday, August 24th, 2007
ก่อนอื่นต้องขอท้าวความเกี่ยวกับต้นกำเนิดของ UNIX ก่อนเพราะมีลักษณะการทำงานที่คล้ายกันมากจนเรียกได้ว่าเป็นพี่น้องกันเลยก็ว่าได้ UNIX กำเนิดมาจาก Bell Labs เมื่อปี 1969 เป็นระบบที่ใช้งานกันภายใน AT&T ผู้ค้นคว้าวิจัย คือ Ken Thompson และ Dennis Ritchie ต่อมาก็ได้มีบริษัทต่างๆได้ซื้อลิขสิทธิ์ source code ของ UNIX ไปเพื่่อไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงมาเป็น Product ของตนเอง ได้แก่ AIX (IBM), HP/UX (Hewlett-Packard), SunOS หรือ Solaris (SUN) และ IRIX (SGI) เนื่องจากระบบ UNIX เป็นระบบปฏิบัติการที่มีราคาแพงในขณะนั้น จึงได้มีผู้ที่คิดค้น Linux Kernel ขึ้นมาซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ UNIX คือ Linus Travalds (บิดาแห่ง Linux) และเขาก็ได้ประกาศ Linux Kernel ตัวนี้ใน comp.os.minix ซึ่งเป็น newsgroup ในเดือน สิงหาคม 1991
Posted in Knowledge | No Comments »