Red Hat Cluster แบบ Fail-Over ได้มี features หนึ่งที่น่าสนใจมาก คือ การกำหนดทิศทางของ service รอง เมื่อ service หลักเกิดเริ่มหรือหยุดการทำงาน โดยพระเอกของงานนี้ คือ “depend_mode” นั้นเอง ซึ่ง attribute นี้จะมีมากับ Red Hat Enterprise และ Cluster suite ตามเวอร์ชั้นที่กำหนดไว้ ด้านล่างนี้
Red Hat และ Cluster suite version ที่รองรับการทำงานของ features นี้ คือ
Posted by (0) Comment
ในบทความนี้จะใช้เครื่องจำนวน 4 เครื่อง โดยแต่ละเครื่องจะมีหน้าที่ storages node จำนวน 2 เครื่อง (mysql-ndb-1 และ mysql-ndb-2) API node จำนวน 1 เครื่อง (mysql-api-1) และ Management node จำนวน 1 เครื่อง (mgmt)
package สำหรับการติดตั้ง MySQL Cluster
MySQL-clustermanagement-community,.xxxx.rpm
MySQL-clusterstorage-community, .xxxx.rpm,
MySQL-clustertools-community.xxxx.rpm
MySQL-clusterextra-community.xxxx.rpm
เมื่อทำการติดตั้ง package เรียบร้อยแล้ว ต่อมาให้มาที่เครื่อง mgmt
และพิมพ์คำสั่งและแก้ไขไฟล์ config ตามด้านล่าง
Posted by (0) Comment
MS Window 2000 Advance Edition ทำได้แค่ 2 node
MS Window 2003 Standard Edition ทำได้ 4 node ถ้าจำไม่ผิด
MS Window 2003 Enterprise Edition ทำได้ 8 node ถ้าจำไม่ผิด

Microsoft แบ่ง Cluster เป็น 2 แบบเช่นเดียวกับ Linux คือ
1. High Availability หรือเรียกอีกอย่างว่า Fail-Over ก้อง่ายๆ เครื่องแรกตาย เครื่องก้อทำงาน เท่านั้นแหล่ะ ไม่ยาก โดยการทำงานนี้ต้องให้ซอฟแวร์ที่ทำงานสนับสนุนด้วย เนื่องจากเมื่อเครื่องแรกตายจะมีการย้าย process ที่เครื่องแรกทำงานอยู่มาทำงานที่เครื่องสอง และทำงานต่อไปได้ ซอฟแวร์ที่สนับสนุนเช่น Database : MSSQLServer 2000,2005 Enterprise, Oralce FailSafe, DB2, etc.. Mail : MSExchange 2000,2003 Enterprise, etc.. เป็นต้น
2. Load balanding ส่วนใหญ่จะเอามาใช้กับพวก Server Farm เป็นลักษณะมาช่วยกันประมวลผลอ่ะไม่มีอะไรมาก ส่วนใหญ่จะใช้กับ Web Server และ Database
Client : ก้อเครื่องที่ end-user ใช้อ่ะ
Server : เครื่องที่ใช้ทำ Cluster มี OS เป็น Window Server 2003
Storage : ก้ออย่างที่บอก Storage แต่ในที่นี้ใช้ Fibre เป็นตัวเชื่อม Storage กับ Server (แถม Fibre ก้อสายใยแก้วนำแสงอ่ะความเร็วน่ะปัจจุบัน 2 Gb/s ไม่เกินปี 2006 น่าจะเป็น 4 Gb/s)
ช่วงนี้เป็นช่วงอธิบายคำศัพท์คับ
Public Network : ก้อง่ายๆเป็น Network ที่ใช้ใน Office แหล่ะ
Private Network : อันนี้เป็น Network ภายในที่ใช้ในเฉพาะวง Server เท่านั้น หรือเรียกว่า HeartBeat หุหุ ระทึกๆ
Host bus adapter : ก้อคือ PCI-Card ที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณแสงเป็นข้อมูล(แนะนำ มองให้เหมือนการ์ด LAN อ่ะ)
Fibre Channel Switch : ก้อเหมือนกับ LAN Switch แหล่ะไม่ยากแต่แพงโคตร 555
Controller : เป็นส่วนความการทำงานของ Storage โดย Storage ตัวนึงจะมี controller 2 ใบ (อันนี้ก้อแล้วแต่รุ่นน่ะว่า Storage ตัวไหนจะมี controller 2 ใบ ตัวไม่กี่แสนอ่ะ ม่ายแพง)
LUN : ย่อมาจากอะไรจำไม่ได้ แต่หมายถึง พื้นที่ที่ได้จากการจัดสรรของ Controller โดยพื้นที่เหล่านี้ได้มาจาก HardDisk ทั้งหลายที่ผ่านการทำ RAID เรียบร้อยแล้ว (คัยจำเรื่อง RAID ไม่ได้ไปหาเอาเองน่ะ ขี้เกียจอ่ะ)
SAN : อันนี้แถม Storage Area Network ก้ออย่างว่าคือเน็ตเวิร์คของที่เก็บข้อมูลนั่นแหล่ะ
ใน MSCS นั้นจะเป็นลักษณะของการสร้าง Cluster โดยอาศัย Active Directory ซึ่งถือว่าเป็น key หลักของ Microsoft Server เลยทีเดียว ดังนั้นการจะทำ MSCS ได้ต้องมี Active
Directory ก่อนจึงจะทำ MSCS ได้ จากนั้น MSCS จะสร้าง Virtual Server ขึ้นมาตัวนึง โดย
Virtual Server ตัวนี้จะมี IP-Address และ Computer Name เหมือนเครื่องทั่วไป ซึ่งสามารถ ping หาที่อยู่ได้จาก ip-address ที่กำหนด ซึ่งในกรณีนี้ Virtual Server จะทำหน้าที่เชื่อต่อกับ Client โดยให้ Client ชี้ Path ที่จะเชื่อมต่อมายัง Virtual Server นี้
องค์ประกอบของ MSCS สำคัญๆ คือ
- HeartBeat เอาไว้ให้ Cluster คอยตรวจสอบว่า มีเครื่องไหน เป็น หรือ ตาย มั่ง
- Qumrum Disk เป็นพื้นที่ใช้ในการเก็บ process ของ cluster เพื่อที่จะให้เครื่องที่จะทำงานใช้งานต่อไป
- Cluster Service ไม่มีมันจะทำ Cluster ได้ไม๊เนี่ย
Credit: ท่าน toon แห่ง promsook.com
Tags: cluster, Microsoft1. High Availability or Fail-Over Cluster
2. Load balancing Cluster

1. Linux Cluster: High Availibility (HA) or Fail-Over Cluster
เป็นการทำงานในส่วนของการของการทำ fail over คือ เมื่อ server ตัวใดตัวหลักเกิด down ขึ้นมาตัวรองจะขึ้นมาทำงานแทน ถ้าดูจากรูปมันก็คือตัว linux director นั้นเอง สมมตินะ server ช้ายตัวกลางคือ server A ,server ทางขวาตัวกลางคือ server B และ real server( server ข้างล่าง) มันคือ server ที่ให้บริการในส่วนของ service ต่างๆที่เราไม่ต้องการ down time นั้นเอง จากนั้นเราก็ config ค่าการทำงานใน server A และ B ให้ทั้งสองให้ทำงานแบบ HA คือให้ server A เป็นตัวหลัก server B เป็นตัวรอง ซึ่งserver ทั้งสองตัวจะมีไอพีกลางหนึ่งไอพี เพื่อใช้เป็นตัวกลางระหว่าง server A และ server B
Tags: cluster, Fail over, Linux Cluster, load balance, Red Hat Cluster Suite